Black Ribbon

๖ พันคน

ฉบับที่ 9...๖ พันคน

เรียนทุกท่านครับ

๖ พันคน
ที่จั่วไว้คือ จำนวนนศ.ที่กู้เงินครับ

วันนี้ เพิ่งดำเนินการทางเอกสารเสร็จสมบูรณ์
เป็นการลงทะเบียนและยืนยันการกู้ยืมเงิน
หลังจากนี้เงินก็จะเข้ามา นศ.ก็จะได้ใช้เงิน

ทุกปี เราจะต้องดำเนินการอย่างนี้ เอกสารที่ทำนั้น ต้องลงนามจริง
ทั้งผู้บริหารและนศ. ถือเป็นสัญญาในตัว ไม่สามารถทำลายเซ็นสแกนได้

วันที่นศ.ต้องลงนามยืนยันนั้น ปัตตานีใช้เวลา ๓ วันเต็ม
นึกภาพ เด็ก ๖ พันคน นะครับ

กองกิจใช้วิธีเปิดหน้างานให้มาก ระดมนศ.ที่มีเครื่องโน๊ตบุ๊ค
หน้าตารับแขก พูดจากับคนได้
เปิดโต๊ะอีกประมาณ ๑๐ ตัว จ้างเป็นรายวัน และให้ค่าเช่าเครื่องของเด็ก
ถือเป็นผู้ให้เช่าเครื่อง
เช่าทั้งโต๊ะเก้าอี้ งานนี้เป็นงานที่ทำเป็นฤดูกาล จึงไม่ซื้อของเอง
ค่าใช้จ่ายส่วนการดำเนินงานตรงนั้น
ทางกองทุนก็ให้เรามาบริหารเอง

ปัตตานี ๖ พันคน เท่านั้น วิทยาเขตอื่น ก็คงหนักพอๆกัน

ระหว่างชุลมุนเรื่องนี้อยู่ ก็มีผู้ปกครองนศ.มาขอพบ มา ๒ คนพ่อแม่
หน้าเศร้าสร้อย
บอกลูกจะขอหยุดเรียน เห็นพ่อแม่ไม่มีสตังค์เพราะทำงานเป็นลูกจ้างรายวัน
บอกทุกครั้งที่ลูกกลับไปขอเงินพ่อแม่ แทบจะต้องควักกระปุก
รวบรวมเงินเศษสตังค์ ให้มาเท่าที่รวมได้

ผมจึงเรียกเด็กให้มาพบด้วย เป็นนักกิจกรรม ช่วยเหลือด้านงานศิลปะ
ทำฉากทำเวทีให้ อยู่ปี ๒ ศิลปกรรม
เมื่อได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมด ก็ได้ช่วยในส่วนที่ทำได้ ให้ทุนทำงาน
ทำเรื่องขอกู้เงินใหม่เพราะนศ.ไม่ได้ทำ
นศ.เข้าใจผิดบางประการ ผมต้องรีบเช็คว่า มีส่วนผิดจากเราหรือไม่
เรียกเจ้าหน้าที่มาคุยทันทีต่อหน้าทุกคน

พบว่าเด็กเข้าใจผิดเอง และไม่ได้ติดตามหาช่องทางอื่นๆ ตามประสานเด็ก
จึงสั่งให้ติดต่อกับกองทุนที่เรามีเครือข่าย เพื่อขอสมัครเป็นพิเศษ
ขอเก็บตกเผื่อมีคนสละสิทธิ์ คนลาออก คนถูกรีไทร์
เขาตกลงให้เราส่งเรื่อง
เด็กสมัครขอทุนด้วย แต่ยังไม่ถึงคิว เราแจกแล้ว ๓๐ ทุน เด็กอยู่ในลำดับที่ ๓๕
ถ้ามีทุนเข้ามา เราก็จะจัดไปตามลำดับ ไม่มีการลัดคิว เพราะจะเสียระบบ
คาดว่าคงถึงแน่

สรุป เด็กได้เรียนต่อแล้วครับ

ร้องไห้ทั้งบ้าน ที่พบทางออกแล้ว
ผมต้องวางเงื่อนไขนศ.คนนี้ ว่า ต้องเรียนให้จบ เพื่อจะได้ทำงาน
ดูแลครอบครัวต่อไป
มีพี่น้อง ๗ คน เขาเป็นคนที่ ๒ และที่ได้ข้อมูลเพิ่มคือ
พี่สาวคนโตก็เป็นนศ. ม.อ.
แต่งงานตั้งแต่ตอนปี ๓ ไม่กล้าถามว่าท้องแล้วแต่งหรืออย่างไร?

ก็ต้องออกจากมอ. ตอนนี้เลี้ยงลูกอย่างเดียว สามีก็ไม่ใช่เด็กมอ. ไม่มีอนาคต
เป็นภาระของครอบครัวอย่างมาก เราบอกว่าถ้าเรารู้
หลังคลอดก็จะให้เรียนต่อไปได้

สำหรับรายที่พ่อแม่ถูกยิงเสียชีวิตนั้น
สุดท้ายแล้ว เขาขอดร็อป จะเริ่มเรียนภาคซัมเมอรร์นี้ ก็ไม่ขัด
ครั้งหลังสุดที่พบเรา ได้พาน้องสาวมาด้วย เป็นนร. ม ๓ ขี้อาย ไม่กล้าเจอผู้คน
ไม่มี่ความเชื่อมั่น บอกให้ชวนมาบ่อยๆ อีก ๒ คนเป็นนร.ประถมและอนุบาล
ถ้าได้ไปเยี่ยมบ้านจะรายงานให้ทราบนะครับ

วันนี้เรื่องไม่เบา แต่แฮ็ปปี้เอนดิ้ง นะครับ
ขอบคุณครับ

นิฟาริด