Black Ribbon

Thai-Malaysian 2

ฉบับที่ 16..... Thai-Malaysian 2

"ไปต่างประเทศ ๒"

สิ่งแรกที่เห็น และสัมผัสได้บนรถไฟคือ ของเขาสะอาดกว่า เป็นระเบียบกว่า

เมื่อถึงรถไฟสถานีปาดังฯ ต้องลงไปช็อปพาสปอร์ต พร้อมลากกระเป๋าให้
จนท.มาเลย์เปิดเช็คตามหน้าที่
การจัดการด้านตม.ของไทย ใช้กล้องถ่ายคน เขียนใบตม.ลงกระดาษ
แต่ของมาเลย์ ไม่ต้องเขียน ใช้เครื่องอ่านและเช็คด้วยการสแกนนิ้วชี้ทั้ง ๒ ข้าง
นั่นป็นระบบเซเคียวริตี้ ที่ต่างกัน
เมื่อเสร็จแล้วก็เตรียมกลับไปนั่งรถไฟ ที่ตู้และที่นั่งเดิม

ระหว่างนั้นได้สอบถาม จนท.ว่า มีอาหารขายหรือไม่ เพราะได้เวลาอาหารเย็นแล้ว
เขาบอกให้ขึ้นไปที่ชั้น ๒ ของสถานี จะมีคาเฟต์ แต่เวลาไม่มากพอที่จะนั่งกิน
ต้องซื้อใส่ห่อ ที่คนขายชาวมาเลย์เรียกว่า บุงกุซ ได้ข้าวราดแกงเนื้อและผัดผัก
ใส่กล่องโฟม พร้อมช้อนพลาสติก ราคา ๕๐ บาท น้ำขวด ๒๐ บาท

รู้งี้ จะรีบซื้อจากร้านสะดวกซื้อบ้านเรา ราคา ๑๐ บาท สัก ๓-๔ ขวด
ยอมหนัก ใส่เป้แบกไป รออีกสักพักรถไฟก็มาเทียบท่าที่ชานชลา

ระหว่างนั้นเห็นนักท่องเที่ยวหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่ง
กำลังวุ่นวายกับการหาต้นขั้ว ตม.๖ ไทย
ที่คนหนึ่งได้ทำหาย จึงเข้าไปทักทายด้วยนิสัยครู
ถามว่าจะไปไหน?
เป็นนักศึกษา หรือทำงานแล้ว?

คำตอบคือ ทำงานแล้ว ใช้เวลา ๓ วันกับการเที่ยวเคแอล ไปรถไฟ กลับเรือบิน
แนะนำให้ค้นในกระเป๋าอีกครั้ง เพราะถ้าใบตม.หาย จะยุ่งยากตอนขากลับเล็กน้อย
สุดท้ายก็ค้นเจอ ทำเอาโล่งอกทั้งทีม
ไม่อย่างนั้น จะเที่ยวไม่สนุกแน่ แล้วทีมนั้นก็ไหว้ขอบคุณที่เข้าไปแนะนำ

นิฟาริด